เม็ดขนุนไส้เม็ดบัวแห้ง

ส่วนผสม
เม็ดบัวแห้งนึ่งให้สุก 4 ½ ถ้วยตวง

น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง

มะพร้าว 800 กรัม

น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม

น้ำลอยดอกมะลิ 4 ถ้วยตวง

ไข่ 8 ฟอง
 วิธีทำ
1. นำเม็ดบัวแช่น้ำ 1-2 ชั่วโมง

2. นำเม็ดบัวนึ่งให้สุก

3. คั้นกะทิให้ได้ 4 ถ้วยตวง

4. ผสมน้ำตาลทรายกับกะทิ คนให้ละลาย

5. ผสมเม็ดบัวกับกะทิในข้อ 4 ปั่นให้ละเอียด

6. นำส่วนผสมที่บดละเอียดแล้วใส่กะทะทอง ตั้งไฟกวนจนแห้งไม่ติดกะทะ เป็นก้อนกลม
ยกลง ตักใส่ภาชนะ ผึ่งไว้ให้เย็น

7. ปั้นเป็นลูกกลมรี

8. นำน้ำตาลทรายผสมน้ำลอยดอกมะลิ ตั้งไฟเคี่ยวจนเข้มข้น พักไว้

9. ต่อยไข่แยกไข่ขาวไข่แดง ใช้เฉพาะไข่แดง คนให้ไข่แตก

10. นำเม็ดบัวที่ปั้นไว้ชุบไข่ ใส่ลงในน้ำเชื่อมให้เต็มกะทะแล้วจึงนำไปตั้งไฟ

11. พอเดือดตักออก














































การดูแลรักษาบัวเมื่อเข้าฤดูหนาว



 

                บัวและไม้น้ำ-ไม้บกอีกหลายชนิด เมื่อเข้าฤดูหนาวจะพักการเจริญเติบโต สลัดใบทิ้ง
 อาหารที่สะสมไว้จะเปลี่ยนสภาพจากน้ำตาล (รูปแบบต่างๆ) เป็นแป้งเก็บไว้ในต้น หน่อหรือหัว
เมื่อหมดฤดูหนาวเริ่มเจริญเติบโตใหม่จึงนำมาใช้

ประโยชน์จากบัว


ประโยชน์นานาจาก “บัว
บัวมีชาติกำเนิดในโคลนตม แต่ดอกใบมีความสะอาดสวยงาม กลิ่นหอมหลุดพ้นจากสิ่งปฏิกูล ชูดอกใบอย่างสูงศักดิ์ อวดความสวยงาม จนได้ชื่อว่า “บงกช” อันแปลว่า เกิดจากตม กล่าวได้ว่า ทุกส่วนของบัวกินเป็นอาหารได้ และทุกส่วนของบัวก็ใช้ประโยชน์เป็นยาได้

รากบัวสมุนไพรสารพัดประโยชน์

รากบัว (Nelumbo nucifera Gaertn)
     เป็นเหง้าใต้ดินลักษณะเป็นปล้องใหญ่และยาว มีสีขาวงาช้าง ถ้าตัดตามขวางจะเป็นรูกลม เมื่อแก่จะนำมาต้มหรือทำยา

สรรพคุณ  : 
      มีรสหวานมัน แก้อาการอ่อนเพลีย ชูกำลัง ช่วยให้สดชื่น ช่วยเจริญอาหาร ดับกระหาย แก้เสมหะ น้ำลายเหนียว แก้ไอ ดับพิษร้อนให้ปอดชุ่มชื้น ช่วยลดความดันโลหิต แก้ปวดบวม มีประโยชน์ต่อกระเพาะอาหาร ร่างกายขาดความสมดุล ผู้อยู่ในวัยทองมีอาการนอนไม่หลับก็สามารถช่วยได้ รากบัวใช้ทำกินได้ทั้งอาหารคาว-หวาน จะต้มกินน้ำหรือคั้นดื่มสดๆ ก็ได้ตามชอบ

ต้มกิน
      เป็น วิธีที่นิยมใช้กันทั่วไป คือเอารากบัวมาฝานเป็นแว่นมากน้อยตามต้องการ ใส่น้ำพอท่วม ต้มให้เดือดนาน 10-15 นาที แล้วรินดื่มแต่น้ำ วันละ 3-4 ครั้ง ๆ ละ 1 แก้ว อาจเติมน้ำผึ้งได้เพื่อให้รสชาติดื่มง่ายขึ้น แต่ไม่ควรเติมน้ำตาลทราย เพราะยิ่งทำให้ร้อนใน  สูตรนี้ใช้ดื่มดับกระหายได้ดี

คั้นเอาน้ำกิน
      ราก บัวสด ๆ มีฤทธิ์แก้ร้อนในได้ดีกว่าน้ำต้มรากบัว วิธีกินให้เอารากมาตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำกิน ครั้งละ 3-4 ช้อนแกง วันละ 3-4 ครั้ง หากมีเสมหะเหนียวติดคอดื่มน้ำรากบัวสดสูตร 2-3 อาการจะค่อยทุเลาลง เพราะรสชาติเฝื่อนของรากบัวมีสรรพคุณในการสลายพิษ ช่วยละลายเสมหะได้
     นอกจากนี้รากบัวยังนำมาทำอาหารคาว อาทิ ต้มกระดูกหมู ก็ได้ประโยชน์และรสชาติที่แสนอร่อยไม่น้อย


ข้อควรระวัง  :  ผู้ ป่วยที่มีปัญหาทางด้านกระเพาะไม่ควรรับประทานน้ำรากบัวที่คั้นสดโดยตรง แต่ให้เติมน้ำเพิ่มประมาณ 30 เท่า จากนั้นนำไปต้มจนระเหยเหลือ 20 เท่าจากปริมาณเดิม ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากทุกๆ 30 นาที แทน